มงคลที่​ ๑๗

สงเคราะห์ญาติ
สังคหวัตถุธรรม

การ​ให้​ทาน​ ​การพูดจา​ไพเราะ​ ​การประพฤติตน​ให้​เป็น​ประ​โยชน์​ใน​โลกนี้​ ​ความ​เป็น​ผู้​มีตนสม่ำ​เสมอ​ใน​ธรรม​ทั้ง​หลาย​นั้น​ ​ตามควร

คำ​สอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า​ ​เป็น​สัจธรรมที่ทุกคนควรมาพิสูจน์​ ​ผู้​ที่ปฏิบัติตามย่อม​สามารถ​รู้​แจ้งเห็นจริง​ได้​ด้วย​ตนเอง​ ​และ​ทำ​ให้​ผู้​ปฏิบัติพ้นทุกข์​ ​เข้า​ถึง​ความ​สุข​และ​ความ​บริสุทธิ์ภาย​ใน​ได้​จริง​ ​ธรรมะของพระพุทธองค์​เป็น​ความ​รู้อันบริสุทธิ์ที่กลั่นออกมา​จาก​กลางพระธรรมกายที่พระองค์​ได้​เข้า​ถึง​ ​ด้วย​วิธีการทำ​ใจ​ให้​หยุดนิ่งอย่างถูก​ต้อง​สมบูรณ์​ ​เป็น​ธรรมโอสถขนานเอก​ ​ที่​สามารถ​เยียวยารักษาจิตใจของมวลมนุษยชาติ​ ​ให้​หลุดพ้น​จาก​ความ​โลภ​ ​ความ​โกรธ​ ​ความ​หลง​ ​เพราะ​เมื่อใจปราศ​จาก​สิ่งเหล่านี้​ ​ใจย่อมสะอาดบริสุทธิ์​ ​มีอานุภาพ​ ​เป็น​อิสระอย่างแท้จริง​ ​และ​จะ​เกิดมหากรุณา​ ​มี​แต่​ความ​รัก​ความ​เมตตาปรารถนาดีต่อ​กัน​เสมอ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส​ไว้​ใน​ ​สังคหวัตถุสูตร​ ​ว่า

ทานญฺจ​ ​เปยฺยวชฺชญฺจ​ ​อตฺถจริยา​ ​จ​ ​ยา​ ​อิธ
สมานตฺตตา​ ​จ​ ​ธมฺ​เมสุ​ ​ตตฺถ​ ​ตตฺถ​ ​ยถารหํ​

การ​ให้​ทาน​ ​การพูดจา​ไพเราะ​ ​การประพฤติตน​ให้​เป็น​ประ​โยชน์​ใน​โลกนี้​ ​ความ​เป็น​ผู้​มีตนสม่ำ​เสมอ​ใน​ธรรม​ทั้ง​หลาย​นั้นๆ​ ​ตามควร​Ž

การ​อยู่​ร่วม​กัน​ใน​สังคม​ ​มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนา​เป็น​ที่รักของคนรอบข้าง​ ​เป็น​ที่ยอมรับนับถือของทุกๆ​ ​คน​ ​และ​ปรารถนาที่​จะ​ได้​ยิน​ได้​ฟังคำ​ยกย่องสรรเสริญ​ ​มากกว่า​เสียงนินทาว่าร้าย​ ​พระพุทธองค์​ได้​สอนวิธีที่​จะ​ทำ​ตน​ให้​เป็น​ที่รักของสังคมว่า​ ​จะ​ต้อง​รู้จักการ​ให้​ ​ธรรมดา​แล้ว​ทุกชีวิตต่างดำ​รง​อยู่​ได้​ด้วย​การ​ให้​ ​หากมนุษย์ทุกคน​ใน​โลกรู้จัก​ให้​ทาน​ ​เสียสละ​แบ่งปัน​ ​ให้​อภัย​ซึ่ง​กัน​และ​กัน​ ​ไม่​พยาบาทปองร้าย​กัน​ ​โลกนี้ย่อม​จะ​เกิด​ความ​สงบสุขอย่างแน่นอน

นอก​จาก​การ​ให้​แล้ว​ ​ต้อง​รู้จักพูดจาปราศรัย​ ​หัดพูดจา​ให้​ไพเราะนุ่มนวลน่าฟัง​ ​ที่​เรียกว่า​ ปิยวาจา​ ​คือ​ ​คำ​พูดที่พูด​แล้ว​เป็น​ที่รัก ​ฟัง​แล้ว​เกิดกำ​ลังใจ​ ​ที่​จะ​ส่งเสริมสนับสนุน​ให้​ทุกคนอยากทำ​ความ​ดี​ให้​ยิ่งขึ้นไป​ ​ไม่​พูดจาส่อเสียด​ ​ก่อ​ให้​เกิด​ความ​แตกแยก​ ​พูดแต่คำ​ที่​จะ​ทำ​ให้​เกิด​ความ​สามัคคี​ ​เปรียบเสมือนน้ำ​ทิพย์ชโลมใจ​ ​ประสานใจทุกๆ​ ​ดวง​ให้​เป็น​หนึ่งเดียว​ ​เหมือนน้ำ​ฝนประสานดินเหนียวที่​แตกระ​แหง​ให้​เป็น​ผืนแผ่นเดียว​กัน

หลวงปู่วัดปากน้ำ​ภาษี​เจริญสอนเกี่ยว​กับ​การ​ใช้​วาจาว่า​ ​ใน​การสมาคม​กับ​ญาติมิตร​ ​เรา​ต้อง​อาศัยวาจาที่​ไพเราะ​เสนาะ​โสต​ ​วาจา​ใด​ที่พูดออกไป​แล้ว​ ​เป็น​ที่ดึงดูดใจ​ ​เหนี่ยวรั้งใจ​ ​สมานไมตรี​ ​ไม่​กระทบคน​อื่น​ ​ต้อง​ใช้​วาจา​นั้น​ ​วาจา​ไพเราะ​เช่นนี้​ ​ดึงดูดใจ​ ​ให้​ฟัง​แล้ว​อยากฟังอีก​ ​อย่างนี้​เรียกว่า​ ​ปิยวาจา​ ​วาจา​เช่นนี้​ ​เป็น​ของสำ​คัญยิ่ง​ใน​หมู่มนุษย์​ ​จะ​ต้อง​รู้จักพูด​ให้​เป็น​Ž ​นี่ท่านสอน​ไว้​อย่างนี้​ ​ถ้า​ใครรู้จัก​ใช้​วาจา​ให้​เป็น​ ​ถือว่าวิ​เศษนัก​ ​จะ​มีวาจาศักดิ์สิทธิ์​ ​และ​เป็น​ที่รักของทุกๆ​ ​คน

​อัตถจริยา คือ​ ​ต้อง​รู้จักทำ​ตัว​ให้​เป็น​ประ​โยชน์ต่อคน​อื่น ​ให้​มีน้ำ​ใจประดุจพระ​โพธิสัตว์​ ​ที่​ช่วย​เหลือเพื่อนร่วมโลก​ให้​พ้น​จาก​ทุกข์​ ​หากรู้ว่า​ใครกำ​ลังประสบปัญหา​ ​แม้​เขา​ไม่​ขอ​ความ​ช่วย​เหลือ​ ​ก็​ให้​มีมหากรุณา​ ​อาสา​เข้า​ไป​ช่วย​ ​นี่​เป็น​สิ่งที่​แสดง​ถึง​จิตใจอันดีงาม​ ​เป็น​จิตใจของนักสร้างบารมี​ผู้​รัก​ใน​การฝึกฝนอบรมตน​ ​ซึ่ง​นอก​จาก​จะ​ฝึกตนเอง​ให้​บริสุทธิ์​แล้ว​ ​ยัง​ปรารถนา​ให้​โลกบริสุทธิ์​ด้วย

​สมานัตตตา​ ​คือ​ ​ต้อง​รู้จักวางตัวเสมอต้นเสมอปลาย ​ไม่​ว่า​จะ​เข้า​ไปสู่สมาคมไหน​ ​ให้​รักษาภาวะปกติที่ดีของตน​ไว้​ ​รักษา​ใจ​ให้​บริสุทธิ์​เป็น​กลางๆ​ ​ไม่​หวั่นไหวไปตามกระ​แส​ ​ปรับตัว​ให้​เข้า​กัน​ได้​กับ​ทุกๆ​ ​คน​ ​อีก​ทั้ง​ควบคุมตนเอง​ด้วย​สติ​และ​ปัญญา​ ​เราย่อม​เป็น​ที่รักที่พอใจของทุกคน​ ​ดังเช่นเรื่องของหัตถกอุบาสก​ ​ชาวเมืองอาฬวี​ผู้​มีสังคหวัตถุธรรมประจำ​ใจ

*​ใน​สมัยหนึ่ง​ ​พระ​ผู้​มีพระภาคเจ้าประทับ​อยู่​ที่​เมืองอาฬวี​ ​ท่านหัตถกะ​ ​ได้​ชวนพวกพ้องบริวารประมาณ​ ๕๐๐ ​คน​ ​ไป​เข้า​เฝ้า​และ​สนทนาปราศรัย​กับ​พระพุทธองค์​ ​พระ​ผู้​มีพระภาคเจ้า​ได้​ตรัสถามว่า​ ​หัตถกะ​ ​ท่านมีมิตรสหายมากมาย​ ​ได้​ยินว่าทุกๆ​ ​คน​ ​เป็น​ที่รักของท่าน​ ​และ​ท่านเองก็​เป็น​ที่รักของทุกๆ​ ​คน​ ​ท่านสงเคราะห์พวกพ้องของท่านอย่างไร​Ž

ท่านหัตถกะทูลตอบว่า​ ​ข้า​แต่พระองค์​ผู้​เจริญ​ ​ข้าพระองค์​ ​ได้​สงเคราะห์​เพื่อนๆ​ ​และ​บริวารมากมาย​ด้วย​สังคหวัตถุ​ ๔ ​คือ
  • ถ้า​รู้ว่า​ผู้​นี้ควรสงเคราะห์​ด้วย​การ​ให้​ทาน​ ​ข้าพระองค์​จะ​สงเคราะห์​ ​ด้วย​การ​ให้​ทาน​
  • ผู้​นี้ควรสงเคราะห์​ด้วย​วาจาที่อ่อนหวาน​ ​ข้าพระองค์​จะ​สงเคราะห์​ด้วย​วาจาที่อ่อนหวาน​
  • ผู้​นี้ควรสงเคราะห์​ด้วย​การประพฤติสิ่งที่​เป็น​ประ​โยชน์​ ​ข้าพระองค์สงเคราะห์​ด้วย​การประพฤติสิ่งที่​เป็น​ประ​โยชน์​
  • ผู้​นี้ควรสงเคราะห์​ด้วย​การวางตัว​ให้​เหมาะสม​ ​ข้าพระองค์ก็​จะ​สงเคราะห์​ด้วย​การวางตัว​ให้​เหมาะสม​ ​พระ​เจ้าข้า​Ž

พระบรมศาสดาทรงสรรเสริญหัตถกะว่า​ ​ท่านทำ​ดี​แล้ว​ ​สม​แล้ว​ที่​เป็น​สาวกของเรา​ ​เพราะ​เมื่อฟังธรรมก็นำ​ไปพิจารณา​ไตร่ตรอง​ ​และ​ลงมือปฏิบัติตาม​ ​ปฏิบัติ​แล้ว​ก็​ได้​ผลสมควรแก่การปฏิบัติ​Ž ​พระพุทธองค์ตรัสสอนต่อไปว่า​ ​ผู้​ที่​เป็น​ใหญ่​ ​เป็น​ที่ยอมรับของมหาชน​ใน​สมัยก่อน​ ​ล้วนปฏิบัติตามหลักสังคหวัตถุธรรม​ทั้ง​ ๔ ​ประการ​ ​แม้​ใน​ยุคปัจจุบัน​ ​ผู้​นำ​ก็​ต้อง​สงเคราะห์​ ​บริวาร​ด้วย​สังคหวัตถุ​ ๔ ​และ​ถึง​ใน​อนาคต​ ​ถ้า​ผู้​นำ​จะ​ให้​เป็น​ที่รัก​ ​ก็​ต้อง​สงเคราะห์​ด้วย​สังคหวัตถุ​ ๔ ​ประการนี้​แหละ​Ž

จาก​นั้น​ ​พระ​ผู้​มีพระภาคเจ้า​ได้​ตรัส​กับ​พระภิกษุว่า​ ​ดูก่อนภิกษุ​ทั้ง​หลาย​ ​หัตถกะนี้​เป็น​ผู้​มีคุณธรรมมากมาย​ ​แต่ก็​ไม่​แสดง​ให้​ใครรู้ว่า​เป็น​ผู้​มีธรรมะประจำ​ใจ​ ​สามารถ​วางตัว​ได้​เสมอต้นเสมอปลาย​Ž ​พระพุทธองค์ทรงแต่งตั้งท่านหัตถกะ​ ​ให้​เป็น​อุบาสกสาวก​ผู้​เลิศ​ใน​ด้านการสงเคราะห์พวกพ้องบริวาร​ ​แม้พระบรมศาสดา​เองก็ทรงทำ​เช่น​นั้น​เหมือน​กัน​ ​คือ​ ​ทรงบำ​เพ็ญ​ ​สังคหวัตถุธรรม​ได้​อย่างยอดเยี่ยม​ ​และ​บำ​เพ็ญอย่างสม่ำ​เสมอตลอดมา​ ​จนกระทั่งบารมี​ทั้ง​ ๓๐ ​ทัศเต็มเปี่ยมบริบูรณ์​ ​ทำ​ให้​มีสาวกพุทธบริษัทมากมาย​ ​ทั้ง​ที่​เป็น​เทวดา​ ​พรหม​ ​และ​อรูปพรหม​ ​อีกนับ​ไม่​ถ้วน

พระพุทธองค์​ได้​กล่าว​ถึง​อานิสงส์ที่​เกิด​จาก​การปฏิบัติสังคหวัตถุธรรมว่า​ บุญที่​เกิด​จาก​การ​ให้​ทาน​เป็น​ประจำ​ ​จะ​ทำ​ให้​ได้​ลักษณะมหาบุรุษ​ คือ​ ​มีฝ่ามือ​และ​ฝ่า​เท้าอ่อนนุ่ม​ ​และ​มีลาย​เป็น​ตาข่ายงดงาม​ ​น่าดูน่าชมมาก​ ​และ​บุญที่​เกิด​จาก​การ​ใช้​ปิยวาจา​นั้น​ ​จะ​ทำ​ให้​มี​เสียงดุจท้าวมหาพรหม​ ​ที่ชัดเจน​ ​แจ่มใส​ ​ไพเราะ​ ​ไม่​แหบเครือ​ ​ก้องกังวาน​ ​สามารถ​เหนี่ยวรั้งใจ​ผู้​ฟัง​ ​ให้​ดื่มด่ำ​ไป​กับ​น้ำ​เสียง​นั้น​ ​และ​หากเมื่อ​ใด​ได้​ฟังพระธรรมเทศนา​ ​ใจก็​จะ​น้อมนำ​เข้า​สู่กระ​แสแห่งธรรม​ได้​โดย​ง่าย​ ​และ​จะ​เข้า​ถึง​ความ​บริสุทธิ์ภาย​ใน​ ​หลัง​จาก​ฟังธรรมจบ​นั้น​เอง

อานิสงส์ของอัตถจริยา​และ​สมานัตตตา​นั้น​ ​จะ​ทำ​ให้​มีญาติสนิทมิตรสหายตลอดจนพวกพ้องบริวารมากมาย​ ​รวม​ถึง​พระราชา​ ​มหาอำ​มาตย์​ ​เศรษฐี​ ​มหา​เศรษฐี​ ​พ่อค้า​ ​ประชาชนทุกชาติทุกภาษา​ ​ทั้ง​วรรณะต่างๆ​ ​ให้​การยอมรับนับถือ​ ​ทั้ง​หมด​จะ​มา​เป็น​พันธมิตร​ ​เป็น​กัลยาณมิตรที่ดีต่อ​กัน​ ​และ​ไม่​ว่า​จะ​ไปที่​ไหน​ ​ย่อม​ได้​รับการปฏิสันถาร​เป็น​อย่างดี

เพราะ​ฉะ​นั้น​ ​หากใครปรารถนาอานิสงส์​เช่นนี้​ ​ให้​หมั่นประกอบเหตุ​ ​คือ​ ​สังคหวัตถุ​ ๔ ​คือ​ ​หมั่นทำ​ทาน​ ​มีปิยวาจา​ ​อัตถจริยา​และ​สมานัตตตา​ ​รวม​ทั้ง​การปฏิบัติธรรมควบคู่​กัน​ไป​ด้วย​ ​ทำ​ทั้ง​หยาบ​และ​ละ​เอียด​ให้​สมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง​ ​ยิ่ง​ถ้า​เราหมั่นปฏิบัติธรรม​ ​ฝึกใจ​ให้​หยุดนิ่ง​ ​จะ​ทำ​ให้​สิ่งเหล่านี้ยิ่งสมบูรณ์มากขึ้น​ ​เมื่อใจละ​เอียดสะอาดบริสุทธิ์​ ​คุณธรรมเหล่านี้ก็​จะ​ได้​รับการพัฒนา​ให้​สูงขึ้น​ ​จนกระทั่งนำ​เรา​ไปสู่จุดหมายปลายทางของชีวิต​ได้​ ​คือ​สามารถ​ขจัดกิ​เลสอาสวะ​ให้​หลุดร่อนออก​จาก​ใจ​ ​ได้​เข้า​ถึง​พระธรรมกายที่ละ​เอียด​ ​บริสุทธิ์ที่สุด​ ​นี่คือเป้าหมายชีวิต​ ​ซึ่ง​เรา​จะ​ต้อง​ปฏิบัติ​ให้​เข้า​ถึง​ให้​ได้​กัน​ทุกๆ​ ​คน​
พระธรรมเทศนา​โดย​ : ​พระราชภาวนาวิสุทธิ์​ (ไชยบูลย์​ ​ธมฺมชโย)

*​มก​. ​ทุติยหัตถกสูตร​ ​เล​ˆ​ม​ ๓๗ ​หน​‰​า​ ๔๓๖
Digg it!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet