มงคลที่​ ๑๖

ประพฤติธรรม
ลมหายใจแห่งสันติภาพ 

        ​สรรพสัตว์​และ​สรรพสิ่ง​ทั้ง​หลาย​ใน​โลกนี้​ ​ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา​ ​เหมือนดอกไม้ที่​เป็น​ต้น​เล็กๆ​  ​ไม่​ช้าก็​เจริญเติบโตขึ้น​ ​แตกใบแผ่กิ่งก้านสาขา​ ​ผลิดอกออกผล​ ​ให้​ความ​สดชื่นแก่ทุกชีวิต​ ​แต่​ไม่​นานดอกไม้ที่ดูสวยสดงดงาม​นั้น​ ​ก็​เหี่ยวแห้งร่วงโรยไปตามกาลเวลา​ ​สังขารร่างกายเราก็​เช่นเดียว​กัน​ ​ถูก​ความ​แก่​ ​ความ​เจ็บ​ ​ความ​ตายคืบคลาน​เข้า​มาทุกขณะ​ ​ทำ​ให้​เกิดการเปลี่ยนแปลงทุกอนุวินาที​ ​โดย​ที่ตัวเรา​เองก็สังเกต​ไม่​ออก​ ​จนผ่านไป​ ๑๐ ​ปี​ ๒๐ ​ปี​ ​กระทั่ง​ถึง​ ๖๐-๗๐ ​ปี​ ​จึง​รู้ว่า​เรา​แก่​แล้ว​ ​เป็น​การเปลี่ยนแปลงที่ต่อ​เนื่อง​กัน​ไปสู่​ความ​เสื่อมสลาย​ ​เรา​จึง​ไม่​ควรประมาท​ใน​ชีวิต​ ​ควร​ให้​ชีวิตผ่านไป​ด้วย​การฝึกฝนใจ​ให้​หยุดนิ่ง​ ​ให้​เข้า​ถึง​พระรัตนตรัย​ใน​ตัว​ให้​ได้​ ​จะ​ได้​เข้า​ถึง​ความ​สุขที่​แท้จริง​กัน​ทุกคน

*​มีวาระพระบาลี​ใน​ ​มัชฌิมนิกาย​ ​มูลปัณณาสก์​ ​ว่า

        “​พราหมณ์​และ​คฤหบดี​ทั้ง​หลาย​ ​บุคคล​เป็น​ผู้​ประพฤติถูก​ต้อง​ ​ประพฤติ​เรียบร้อยทางกายมี​ ๓ ​อย่าง​ ​คือ​
  • ๑. ​ละการฆ่าสัตว์​ ​งดเว้นการฆ่าสัตว์​ได้​เด็ดขาด​ ​วางท่อนไม้​เสีย​แล้ว​ ​วางศัสตรา​เสีย​แล้ว​ ​เป็น​ผู้​มีการเกื้อกูลอนุ​เคราะห์สัตว์ทุกจำ​พวก​อยู่​ 
  • ๒. ​เป็น​ผู้​ละการลักขโมย​ ​งดเว้น​จาก​การลักทรัพย์​ได้​เด็ดขาด​ ​และ​ 
  • ๓. ​ไม่​เป็น​ผู้​ประพฤติผิด​ใน​กาม

        ​บุคคล​เป็น​ผู้​ประพฤติถูก​ต้อง​ ​ประพฤติ​เรียบร้อยทางวาจา​ ๔ ​อย่างคือ​
  • ๑. ​เป็น​ผู้​ละการกล่าวเท็จ​ ​เว้น​จาก​การกล่าวเท็จ​ได้​อย่างเด็ดขาด​ ​อยู่​ใน​ที่ประชุม​ ​ไม่​กล่าวเท็จ​ทั้งๆ​ ​ที่รู้​อยู่​ 
  • ๒. ​ละคำ​พูดส่อเสียด​ได้​อย่างเด็ดขาด​ ​เป็น​ผู้​กล่าวคำ​ที่ทำ​ให้​เกิดสมัครสมาน​กัน​ 
  • ๓. ​ละคำ​หยาบ​ ​และ​ 
  • ๔. ​ละคำ​เพ้อเจ้อ​ ​คือเลือกเวลาพูด​ ​มีที่อ้าง​ ​มีที่สิ้นสุด​ ​ประกอบ​ด้วย​ประ​โยชน์

        ​พราหมณ์​และ​คฤหบดี​ทั้ง​หลาย​ ​บุคคล​เป็น​ผู้​ประพฤติถูก​ต้อง​ประพฤติ​เรียบร้อยทางใจ​ ๓ ​อย่างคือ​
  • ๑. ​ไม่​เป็น​ผู้​มากไป​ด้วย​ความ​เพ่งเล็ง​ ​ไม่​เพ่งเล็งทรัพย์สมบัติของ​ผู้​อื่น​ว่า​ ​ไฉนหนอ​ ​ทรัพย์ของคน​อื่น​พึง​เป็น​ของเรา​ 
  • ๒. ​ไม่​เป็น​ผู้​มีจิตพยาบาท​ ​ไม่​มีจิตคิดร้ายว่า​ ​ขอ​ให้​สัตว์​เหล่านี้จงอย่ามี​เวร​ ​อย่า​เบียดเบียน​กัน​ ​อย่ามีทุกข์​ ​จงมี​แต่สุข​ ​รักษาตนเถิด​ 
  • ๓. ​เป็น​ผู้​มี​ความ​เห็นถูก​ต้อง​ ​ไม่​เห็นผิดทำ​นองคลองธรรม

        ​พราหมณ์​และ​คฤหบดี​ทั้ง​หลาย​ ​เพราะ​เหตุ​แห่งการประพฤติถูก​ต้อง​ ​และ​ประพฤติ​เรียบร้อยดังกล่าวมานี้​ ​หมู่สัตว์บางพวก​ใน​โลกนี้ละสังขาร​แล้ว​ ​จึง​เข้า​ถึง​สุคติ​โลกสวรรค์​”

        ​ถ้า​อยากรู้ว่า​ ​ชาติหน้า​เรา​จะ​เป็น​อย่างไร​ จะ​ได้​ขึ้นสวรรค์​ไปเสวยสมบัติอัน​เป็น​ทิพย์​ ​หรือ​พลัดตกไป​ใน​อบายภูมิ​ ​ให้​ดูการกระทำ​ของเรา​ใน​ชาตินี้​ ​ทุกอย่าง​ใน​โลกนี้​ ​เป็น​เหตุ​เป็น​ผล​กัน​ ​มัน​จะ​เกี่ยวโยง​กัน​หมด​ ​ไม่​มีสิ่ง​ใด​ที่​ไม่​มี​ความ​สัมพันธ์​กัน​ ​ความ​สุขเกิด​จาก​การ​เป็น​ผู้​สั่งสมบุญ​ไว้​ดี​แล้ว​  ​ส่วน​ความ​ทุกข์​เป็น​ผลมา​จาก​การทำ​บาปอกุศล​ ​ถ้า​ปรารถนา​ความ​สุข​ ​เกลียดชัง​ความ​ทุกข์​ ​จงอย่า​ไปทำ​บาป​ ​พระพุทธองค์ทรงสอน​ให้​เรารักบุญกลัวบาป​ ​หากบุญ​ใน​ตัวมีมาก​ ​ความ​ทุกข์ก็ลดน้อยลง​ ​แต่​ถ้า​ทำ​บาปอกุศล​ไว้​มาก​ ​เรา​จะ​ประสบแต่​ความ​ทุกข์​ทั้ง​กาย​และ​ใจ​ ​เมื่อเรารู้จักหลักวิชาที่​จะ​ไม่​ให้​เกิดทุกข์​ ​ควรปฏิบัติตามที่พระพุทธองค์ทรงสอน​ไว้​ว่า​ ​ให้​ละชั่ว​ ​ทำ​ดี​ ​ทำ​ใจ​ให้​ผ่องใส

        ถ้า​ใจเราผ่องใส ​จะ​ทำ​ให้​คิดดี​ ​พูดดี​ ​ทำ​ดี​ ​ถ้า​ใจ​ไม่​ผ่องใส​และ​แหล่งที่มาของ​ความ​คิดที่ศูนย์กลางกาย​ไม่​บริสุทธิ์​ ​จะ​ทำ​ให้​ความ​คิด​ ​คำ​พูด​ ​การกระทำ​ ​ไม่​บริสุทธิ์​ด้วย​ ​ความ​สุข​ความ​สำ​เร็จย่อม​ไม่​เกิดขึ้น​ ​คำ​พูดที่ผ่านลมหายใจ​เข้า​ออกภาย​ใน​ตัวของเรา​จะ​ประสาน​กับ​บรรยากาศภายนอก​ ​บรรยากาศภายนอกเกี่ยวโยง​กับ​คน​ ​สัตว์​ ​สิ่งของ​ ​ต้นไม้​ ​ภู​เขา​ ​ตลอดจนกระทั่งจักรวาลต่างๆ​ ​ดวงอาทิตย์​ ​ดวงจันทร์​ ​ดวงดาว​ ​ถ้า​จุดเริ่มต้น​ไม่​บริสุทธิ์​ ​อากาสโลก​ ​สัตวโลก​ ​ขันธโลกย่อมพลอย​ไม่​บริสุทธิ์ตามไป​ด้วย

        ​พระพุทธองค์ทรงชี้​ให้​เห็นว่า​ ​ยุคสมัย​ใด​ที่มนุษย์​ไม่​ยึดมั่น​ใน​กุศลกรรมบถ​ ๑๐ ​ประการ​ ​ตามที่หลวงพ่อยกมากล่าวข้างต้นนี้​ ​หาก​ยัง​ยินดี​ใน​การฆ่าสัตว์​ ​ลักขโมย​ ​ประพฤติผิด​ใน​กาม​ ​มีการพูดเท็จ​ ​พูดส่อเสียด​ ​พูดคำ​หยาบ​ ​พูดเพ้อเจ้อจน​เป็น​ปกติ​ ​มนุษย์​เป็น​ผู้​มี​ใจผูกโกรธ​ ​ผูกอาฆาตพยาบาท​ ​ไม่​มี​ความ​เมตตาต่อ​กัน​ ​มี​ความ​เห็นผิด​อยู่​ใน​จิตวิญญาณเช่นนี้​แล้ว​ ​สิ่งต่างๆ​ ​ที่มี​ส่วน​เกี่ยวข้อง​ ​ไม่​ว่า​จะ​เป็น​คน​ ​สัตว์​หรือ​สิ่งของรอบตัว​ ​ก็​จะ​วิปริตตามไป​ด้วย

        ​การที่มนุษย์​ไม่​มีศีลธรรม ​เพราะ​แหล่งที่มาของ​ความ​คิดที่​อยู่​ภาย​ใน​ไม่​บริสุทธิ์​ ​มี​แต่​ความ​คิดคำ​พูด​และ​กระทำ​ที่​เบียดเบียน​ซึ่ง​กัน​และ​กัน​ ​ซึ่ง​จะ​ส่งผล​ให้​ดินฟ้าอากาศแปรปรวน​ ​ผลหมากรากไม้ถอยรสโอชาลง​ ​โรคภัยไข้​เจ็บ​จะ​เกิดขึ้น​ ​โรคร้ายแรงที่​ไม่​เคยมีก็​จะ​เกิดขึ้น​ ​รักษายาก​ ​สรรพคุณของโอสถ​ทั้ง​หลายที่​เคยรักษา​โรคหาย​ได้​ ​ก็ถอยสรรพคุณลงไป​ ​อายุมนุษย์​จะ​สั้นลงไปทุกปีๆ​ ​ฤดูกาล​จะ​เปลี่ยนแปลงไปหมด​ ​ฝนตกผิดฤดู​ ​อากาศ​จะ​ร้อนเกินไป

        ​เมื่อมนุษยชาติปรับตัวตามสภาพแวดล้อม​ไม่​ทัน​ ​อัตราการตาย​ ​เพราะ​ภัยธรรมชาติ​จะ​เพิ่มมากขึ้น​ ​นอก​จาก​นี้​ยัง​ทำ​ให้​เกิดข้าวยากหมากแพง​ ​ทุกอย่างแปรปรวนไปหมด​ ​ใน​ทางตรง​กัน​ข้าม​ ​ถ้า​ยุคสมัย​ใด​ ​มนุษย์มีศีลธรรมประจำ​ใจ​ ​ประพฤติปฏิบัติธรรม​ ​แหล่งที่มาของ​ความ​คิด​จะ​บริสุทธิ์​ ​มี​แต่​ความ​คิด​ใน​ทางสร้างสรรค์​ ​มองดู​กัน​ด้วย​จิตที่ประกอบ​ด้วย​เมตตา​ ​มี​ความ​คิดอยาก​จะ​ให้​ทุกๆ​ ​คนมี​ความ​สุข​ ​ไม่​คิดเบียดเบียน​กัน​ ​มีคำ​พูดที่ส่งเสริมกำ​ลังใจ​ให้​ประพฤติปฏิบัติธรรม​ ​ให้​อยากสร้าง​ความ​ดี​ ​มีการกระทำ​ที่สนับสนุนสร้างบารมี​ซึ่ง​กัน​และ​กัน​ ​ซึ่ง​จะ​ทำ​ให้​เกิดสันติภาพของโลกขึ้น​ ​ความ​สุขกายสุขใจ​จะ​ตามมา​เป็น​ลำ​ดับๆ​  ​เมื่อละ​จาก​โลกนี้​ไป​ ​ย่อม​เข้า​ถึง​สุคติ​โลกสวรรค์อย่างแน่นอนสันติสุขเกิดมา​จาก​แหล่งที่มาของ​ความ​คิด​ ​ตามที่หลวงพ่อกล่าวมาข้างต้น​ ​เรา​จะ​คอย​ให้​โอกาสนี้​ ​เกิดขึ้นอีก​ ๑๐๐ ​ปี​ ​หรือ​ ๒๐๐ ​ปีข้างหน้า​ ​หรือ​เกิดขึ้นตอนนี้​ ​เรามีสิทธิ์ที่​จะ​เลือก​ให้​เกิดขึ้นวันนี้​ ​พรุ่งนี้​ ​หรือ​อีก​ ๑๐๐ ​ปีข้างหน้าก็​ได้​ ​เพราะ​เรารู้วิธีการ​แล้ว​ว่า​ ​ทุกสิ่งทุกอย่าง​ ​ทั้ง​ที่​เป็น​ความ​เร่าร้อน​ ​หรือ​ความ​สงบสุขร่มเย็นก็ดี​ ​อยู่​ที่​เราปรับปรุงแหล่งของ​ความ​คิดที่​อยู่​ภาย​ใน​ตัวของเรา​ ​ให้​มี​ความ​สะอาดบริสุทธิ์​ ​ผ่องใส​ ​มี​ความ​คิดสร้างสรรค์​ใน​สิ่งที่ดีงาม​ ​รู้จักการ​ให้​อภัย​ซึ่ง​กัน​และ​กัน​ ​ไม่​ผูกโกรธ​ ​ไม่​ผูกพยาบาท​ ​ไม่​คิดเบียดเบียน​ซึ่ง​กัน​และ​กัน​ ​คือคิดดี​ ​พูดดี​ ​ทำ​ดีจน​เป็น​ปกตินั่นเอง

        ​ถ้า​ทำ​ได้​เช่นนี้​ ​ไม่​ช้าสันติสุขที่​เกิดขึ้น​จาก​เรา​ ​โดย​อาจเริ่มต้น​จาก​จุด​เล็กๆ​ ​จะ​แผ่ขยายไป​ทั่ว​โลก​ ​แสงสว่างที่​เกิดขึ้น​ ​ณ​ ​ศูนย์กลางกาย​ใน​วันนี้​ ​จะ​โชติช่วงชัชวาล​ใน​วันข้างหน้า​ ​เพราะ​ฉะ​นั้น​ ​การที่​เราฝึกจิต​ ​ปฏิบัติธรรม​ ​ทำ​ภาวนาทุกวัน​ ​อย่างน้อย​เช้า​ครั้งหนึ่งเย็นครั้งหนึ่ง​ ​นั่นการปรับปรุงแหล่งที่มาของ​ความ​คิดนี้​ให้​บริสุทธิ์​  ​แค่นี้​ ​เราก็​ได้​สร้างสันติสุข​ให้​เกิดขึ้นแก่ตัวเรา​และ​โลกทุกวันทุกคืน

        ​การที่บ้านเมืองของเรา​ ​หรือ​โลกของเรา​ ​มี​เหตุการณ์ร้ายๆ​ ​เกิดขึ้นมากมาย​ ​เพราะ​เกิด​จาก​การกระทำ​ที่​ไม่​บริสุทธิ์ของมนุษย์นั่นเอง​ ​หาก​จะ​เปลี่ยน​จาก​ร้าย​ให้​กลาย​เป็น​ดี​ ​ทุกคน​ต้อง​หันมาประพฤติกุศลกรรมบถ​ ๑๐ ​ประการ​ ​ธรรมะ​ ๑๐ ​ข้อนี้​จะ​เป็น​บันไดก้าวสำ​คัญ​ ​ที่​จะ​ทำ​ให้​มนุษย์​อยู่​ร่วม​กัน​อย่างมี​ความ​สุข​ ​อีก​ทั้ง​จะ​ส่งผล​ให้​สภาพแวดล้อมต่างๆ​ ​ดีขึ้นไปตามลำ​ดับ​ด้วย

        ​ที่หลวงพ่อสอน​ให้​ทำ​ภาวนาทุกๆ​ ​วัน​ เพื่อสร้างสันติสุข​ให้​เกิดขึ้นภาย​ใน​ตัวเรา​และ​เกิดขึ้น​กับ​โลกของเรา​ ​นับ​เป็น​พุทธวิธีอันยอดเยี่ยมที่สุด​ ​ที่​จะ​สร้างสันติสุข​โดย​ไม่​ต้อง​มีการสูญเสียเลือดเนื้อ​และ​น้ำ​ตา​ ​ไม่​ต้อง​สูญเสียทรัพย์สินเงินทอง​ ​ตรง​กัน​ข้ามสมบัติ​จะ​เนืองนอง​ ​ไหลมา​เทมา​ ​เพราะ​ใจเราบริสุทธิ์ผ่องใส​ ​เพราะ​ฉะ​นั้น​ ​เราควร​ช่วย​กัน​ทำ​ประ​โยชน์นี้​ให้​บังเกิดขึ้นแก่​โลก​ ​ด้วย​การฝึกฝนใจ​ให้​หยุดนิ่ง​ ​ให้​เข้า​ถึง​สันติสุขภาย​ใน​ให้​ได้

        ​ให้​พวกเราตั้งปณิธาน​ไว้​ว่า​ ​นับแต่นี้​เป็น​ต้นไป​ ​เรา​จะ​นั่งปฏิบัติธรรม​ไม่​ให้​ขาดแม้​แต่วันเดียว​ ​ที่​เคยโกรธ​หรือ​ผูกโกรธ​ ​และ​ที่​เคยกระทบกระทั่งใครก็ตาม​ ​ด้วย​กาย​ ​วาจา​ ​ใจก็ตาม​  ​เรา​จะ​หยุด​จะ​เลิก​ ​เรา​จะ​สร้างคุณธรรม​ให้​บังเกิดขึ้นภาย​ใน​ใจทุกวัน​ ​ทุกเวลา​ ​ทุกวินาที​ ​ตั้งปณิธานเช่นนี้​ ​จะ​คิดดี​ ​พูดดี​ ​ทำ​ดี​  ​แค่คิดเช่นนี้​ ​สันติสุขก็​เกิดขึ้นภาย​ใน​ตัวของเรา​ ​และ​มีผลสะท้อนสู่​โลกภายนอก​ด้วย​ ​แค่​เราคิดดี​เช่นนี้​ ​หนทางพระนิพพานก็​ใกล้​เข้า​มา​ ​เรา​จะ​เกิด​ความ​ปีติ​ ​เบิกบานใจทุกวัน​ ​จะ​มี​ความ​อิ่มใจเบิกบานใจอย่างที่​เรา​ไม่​เคย​เป็น​มาก่อน​ ​ความ​อิ่มใจเช่นนี้​ ​เงินก็ซื้อ​ไม่​ได้​ ​อะ​ไรก็ซื้อ​ไม่​ได้​ทั้ง​นั้น​ ​จะ​เอาอะ​ไรมา​แลกเปลี่ยนก็​ไม่​ได้​ ​ขอ​ให้​หมั่นฝึกฝนใจ​ให้​หยุดนิ่ง​ ​ให้​เข้า​ถึง​ธรรมกาย​ซึ่ง​เป็น​ต้นแหล่งแห่ง​ความ​สุข​และ​ความ​บริสุทธิ์​กัน​ทุกๆ​ ​คน
 
พระธรรมเทศนา​โดย​ : ​พระราชภาวนาวิสุทธิ์​ (ไชยบูลย์​ ​ธมฺมชโย)

(มก​.​มัชฌิมนิกาย​ ​มูลปัณณาสก์​  ​เล่ม​ ๑๙ ​หน้า​ ๒๗๒) 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet