มงคลที่​ ๑๕

บำ​เพ็ญทาน
สังฆทานประ​เสริฐกว่าปาฏิปุคคลิกทาน

เมื่อมนุษย์​ทั้ง​หลาย​ผู้​มีชีวิตปรารถนาบุญ​
บูชา​อยู่​ ​กระทำ​บุญมีอุปธิ​เป็น​ผล​
ทานที่​ให้​แล้ว​ใน​สงฆ์มีผลมาก


        ​การดำ​เนินชีวิต​อยู่​ใน​สังคมปัจจุบันที่​เต็มไป​ด้วย​ความ​เร่าร้อน​ ​เร่งรีบ​ ​แข่งขัน​กัน​ ​จึง​มี​ความ​จำ​เป็น​อย่างยิ่งที่​จะ​ต้อง​มีศิลปะ​ใน​การดำ​เนินชีวิต​ให้​มี​ความ​สุข​ ​อารมณ์สบาย​เป็น​ศิลปะชั้นสูง​ใน​การดำ​เนินชีวิต​ให้​มี​ความ​สุข​ ​เป็น​สิ่งที่ทุกคนปรารถนา​ ​และ​ยัง​เป็น​สิ่งที่​สามารถ​ทำ​ให้​เกิดขึ้น​ได้​ง่ายๆ​ ​อย่างที่​เราคาด​ไม่​ถึง​ ​เพียงแค่​เราทำ​ใจหยุดนิ่งเฉยๆ​ ​อย่างสบายๆ​ ​ไว้​ที่ศูนย์กลางกายภาย​ใน​ตัวเรา​ ​ทำ​ไปเรื่อยๆ​ ​ด้วย​ความ​พอใจ​ ​รักษาอารมณ์นี้อย่างต่อ​เนื่อง​ ​โดย​ไม่​ต้อง​คิดอะ​ไร​ทั้ง​สิ้น​ ​ไม่​ช้า​เรา​จะ​เข้า​ถึง​อารมณ์สบายอย่างแท้จริง​ ​อัน​จะ​นำ​มา​ซึ่ง​ความ​สุขที่​แท้จริงภาย​ใน​ ​อารมณ์ดี​ ​อารมณ์​เดียว​ ​อารมณ์สบาย​ ​จะ​ทำ​ให้​พบ​กับ​ความ​สุขที่สมบูรณ์​ ​กระทั่ง​ได้​เข้า​ถึง​พระธรรมกาย​ใน​ที่สุด
 
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส​ไว้​ใน​ ​ยชมานสูตร​ ​ว่า

    "ยชมานานํ​ ​มนุสฺสานํ​        ​ปุญฺญเปกฺขาน​ ​ปาณิน
กโรตํ​ ​โอปธิกํ​ ​ปุญฺญํ​        ​สงฺ​เฆ​ ​ทินฺนํ​ ​มหปฺผลํ

        ​เมื่อมนุษย์​ทั้ง​หลาย​ผู้​มีชีวิตปรารถนาบุญ​ ​บูชา​อยู่​ ​กระทำ​บุญมีอุปธิ​เป็น​ผล​ ​ทานที่​ให้​แล้ว​ใน​สงฆ์มีผลมาก"

        ​พวกเรา​ทั้ง​หลาย​เป็น​ผู้​มีบุญลาภอันประ​เสริฐ​ ​เพราะ​เกิดมา​ใน​ช่วงที่พระพุทธศาสนากำ​ลังเจริญรุ่งเรือง​ ​มีการขยาย​ความ​รู้​เรื่องกฎแห่งกรรม​ ​ได้​อยู่​ใน​สภาพแวดล้อมที่​เป็น​ปฏิรูปเทส​ ​คือ​ ​ได้​อาวาส​เป็น​ที่สบาย​ ​บ้านเมืองปราศ​จาก​ศึกสงคราม​ ​ภัยร้ายแรงต่างๆ​ ​ก็​ไม่​เกิดขึ้นบ่อยนัก​ ​ข้าวปลาอาหารก็อุดมสมบูรณ์​ ​ไม่​ลำ​บาก​ใน​การแสวงหา​ ​ผู้​คน​ใน​ประ​เทศก็​ยัง​มีศีลมีธรรม​กัน​อยู่​มาก​ ​แต่ดู​เหมือนเวลาที่พวกเราติดตามข่าวสารบ้านเมือง​ ​จะ​พบแต่การนำ​เสนอเรื่องร้อนๆ​ ​ที่​เกิดขึ้น​ใน​เมืองไทย​เป็น​ประจำ​ ​ทำ​ให้​เกิดอาการวิตกกังวล​ ​หวาดระ​แวงภัยจนเกินเหตุ

        ​อันที่จริง​แล้ว​ ​เรื่องราวดีๆ​ ​และ​คนดีๆ​ ​ใน​ประ​เทศของเรามีมากมาย​ ​เพียงแต่​ไม่​ได้​นำ​มา​เสนอ​ให้​เป็น​ข่าว​ ​ทั้ง​ที่ข่าวดีๆ​ ​และ​คนดีๆ​ ​ควร​ให้​ความ​สนใจมากกว่า​ ​เพื่อใจของ​ผู้​รับข่าวสาร​จะ​ได้​เยือกเย็น​และ​สูงขึ้น​ ​หากฟังเรื่องรุ่มร้อนก็ร้อนใจ​ ​ฟังเรื่องดีๆ​ ​ก็สดชื่นเบิกบานสบายใจ​ ​เช่นมีกลุ่มคนที่รักเพื่อนร่วมโลก​ ​ได้​รวมตัว​กัน​ทำ​พิธี​เทเหล้า​เผาบุหรี่​ ​และ​ตัดสินใจหักดิบ​ ​เลิกดื่มเลิกขายสุรายา​เสพติดอย่างเด็ดขาด​ ​มีหลายท่านเลิกสูบบุหรี่ตลอดชีวิต​ ​หลวงพ่อฟัง​แล้ว​ก็ปีติ​เบิกบานใจตามไป​ด้วย​ ​ที่​ผู้​กล้า​เหล่านี้​เป็น​วีรบุรุษวีรสตรีที่​แท้จริง
 
        ​กิจกรรมเหล่านี้​ได้​จัดขึ้น​ทั่ว​ประ​เทศ​แล้ว​ ​เพียงแต่​ไม่​ได้​นำ​มา​เสนอ​ให้​เป็น​ข่าว​เท่า​นั้น​เอง​ ​เพราะ​ฉะ​นั้น​บุคคล​ใน​ประ​เทศ​ยัง​ถือว่ามีบุคคล​เป็น​ที่สบาย​ ​โดย​เฉพาะ​เรา​ได้​เกิดมา​ใน​บุญเขต​ ​คือ​ ​มีพระสงฆ์สาวกของพระ​ผู้​มีพระภาคเจ้า​ให้​เรา​สามารถ​ทำ​บุญกุศล​ได้​อย่างเต็มที่​ ​เพราะ​บ้านเมืองปราศ​จาก​ศึกสงครามร้ายแรง​ ​จะ​ไปวัดฟังธรรมก็สะดวกสบาย​ ​ขึ้น​อยู่​กับ​เรา​จะ​อาศัย​ความ​เป็น​ผู้​มี​โชคดีนี้​ ​แสวงหาบุญ​ให้​กับ​ตนเอง​หรือ​ไม่​เท่า​นั้น

        ​เกี่ยว​กับ​การทำ​บุญของชาวพุทธ​ใน​ปัจจุบันนี้ ​หลวงพ่อสังเกตเห็นหลายท่านเที่ยวแสวงหาสถานที่ทำ​บุญ​กับ​พระสงฆ์ตามวัดต่างๆ​ ​โดย​ตั้งใจว่า​ ​จะ​ไปทำ​บุญ​กับ​พระสุปฏิปันโน​ ​คือ​   ​ผู้​ประพฤติดีปฏิบัติชอบ​ ​เมื่อ​ได้​ยินข่าวว่า​ ​มีพระอริยเจ้าที่​ไหนก็ดั้นด้นข้ามน้ำ​ข้ามทะ​เล​ ​ข้ามวันข้ามคืนเพื่อ​จะ​ได้​ไปทำ​บุญ​กับ​ท่าน​ ​เพราะ​อยาก​ได้​บุญมากๆ​ ​หลวงพ่อก็ขออนุ​โมทนา​ใน​กุศลเจตนาอันนี้​ด้วย​ ​แต่อยากขอแนะนำ​เกี่ยว​กับ​การทำ​บุญเพิ่มเติมว่า​    ​เราควรเปิดใจ​ให้​กว้างเหมือนแม่น้ำ​ ​ที่พร้อม​จะ​ให้​สรรพสัตว์น้อย​ใหญ่​ ​มาอาบดื่มกิน​ได้​ทุกเวลา​ ​ไม่​ควรจำ​เพาะ​เจาะจงภิกษุรูป​ใด​รูปหนึ่ง​ ​การถวายทานแต่ละครั้ง​ ​ควรตั้งกัลยาณจิต​ให้​เป็น​สังฆทาน​ ​ถวาย​ให้​เป็น​ของกลางแก่สงฆ์​ ​อย่างนี้​ได้​บุญมากกว่า​ ​เพราะ​เรา​ไม่​รู้ว่า​ ​รูปไหน​เป็น​พระอรหันต์​ ​รูปไหน​เป็น​พระอริยเจ้า​ ​เรื่องนี้​เป็น​เรื่องที่รู้​ได้​ยาก

        *​เหมือนเรื่องที่​เกิดขึ้น​ใน​สมัยพุทธกาล​ ​พระ​ผู้​มีพระภาคเจ้า​ ​ได้​ตรัสถามทารุกัมมิกคฤหบดีว่า​ "ดูก่อนคฤหบดี​ ​ท่าน​ยัง​ทำ​ทาน​กับ​ภิกษุสงฆ์​อยู่​หรือ​ไม่​" 

        ​คฤหบดีทูลตอบว่า​ "ข้า​แต่พระองค์​ผู้​เจริญ​ ​ข้าพระองค์​ยัง​ให้​ทาน​อยู่​เป็น​ประจำ​ ​และ​ใน​การ​ให้​ทาน​นั้น​ ​ข้าพระองค์​ให้​เฉพาะ​ใน​ภิกษุ​ผู้​เป็น​อรหันต์​ ​หรือ​ผู้​บรรลุอรหัตมรรค​ ​ผู้​ถือการ​อยู่​ป่า​เป็น​วัตร​ ​ผู้​ถือการเที่ยวบิณฑบาต​เป็น​วัตร​ ​ผู้​ถือการนุ่งห่มผ้าบังสุกุล​เป็น​วัตร​ ​ไม่​ได้​ให้​กับ​ภิกษุสงฆ์​ทั่ว​ไป"

        ​พระพุทธองค์ทรงมีพุทธประสงค์​จะ​ทำ​ความ​เห็นของทานบดีท่านนี้​ให้​ตรง​ ​จึง​ตรัสสอนว่า​
 
        "ดูก่อนคฤหบดี​ ​ท่าน​ยัง​เป็น​คฤหัสถ์​ ​บริ​โภคกาม​ ​อยู่​ครองเรือน​ ​นอนเบียดเสียดบุตร​ ​ยัง​ทัดทรงดอกไม้​ ​ของหอม​และ​เครื่องลูบไล้​ ​ยินดีทอง​และ​เงิน​อยู่​ ​เป็น​เรื่องที่รู้​ได้​ยาก​ ​ว่าภิกษุ​เหล่านี้​เป็น​พระอรหันต์​ ​หรือ​เป็น​   ​ผู้​บรรลุอรหัตตมรรค​ ​ท่าน​ไม่​ควร​ให้​ทานจำ​เพาะ​เจาะจงภิกษุ​ ​รูป​ใด​รูปหนึ่ง​ ​เพราะ​ทาน​นั้น​จะ​กลาย​เป็น​ปาฏิปุคคลิกทาน​ ​ซึ่ง​มีอานิสงส์น้อยกว่าการถวาย​เป็น​สังฆทาน

       
ดูก่อนคฤหบดี​ ถ้า​แม้ภิกษุ​ผู้​ถือธุดงค์​อยู่​ป่า​เป็น​วัตร ​ถือผ้าบังสุกุล​เป็น​วัตร​ ​หรือ​บิณฑบาตเลี้ยงชีพ​เป็น​วัตร​ ​ยัง​เป็น​ผู้​ฟุ้งซ่าน​ ​ถือตัวจัด​ ​พูดพล่าม​ ​มีสติ​เลอะ​เลือน​ ​ไม่​มีสัมปชัญญะ​ ​มี​ใจ​ไม่​ตั้งมั่น​ ​มีจิตพลุ่งพล่าน​ ​ไม่​สำ​รวมอินทรีย์​ ​เมื่อ​เป็น​อย่างนี้​ ​ภิกษุรูป​นั้น​ก็สมควรถูกตำ​หนิติ​เตียน​ ​แม้​เทวดาก็​ไม่​สรรเสริญ​
 
        ​ถ้า​ภิกษุ​ผู้​อยู่​ป่า​เป็น​วัตร​ ​เป็น​ผู้​ไม่​ฟุ้งซ่าน​ ​ไม่​ถือตัว​ ​ไม่​พูดพล่าม​ ​มีสติตั้งมั่น​ ​มีสัมปชัญญะ​ ​มี​ใจตั้งมั่น​ ​มีจิตมีอารมณ์​เป็น​หนึ่ง​ ​สำ​รวมอินทรีย์​ ​เมื่อ​เป็น​อย่างนี้​ ​ภิกษุ​นั้น​พึง​ได้​รับสรรเสริญ​ทั้ง​จาก​มนุษย์​และ​เทวดา​ทั้ง​หลาย

        ถ้า​ภิกษุ​ผู้​อยู่​ใกล้​บ้าน​ เป็น​ผู้​ฟุ้งซ่าน​ ​ไม่​ตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์​ ​ก็​ต้อง​ถูกตำ​หนิ​เหมือน​กัน​ 
 
        ​ส่วน​ภิกษุ​ใด​แม้​จะ​พำ​นัก​อยู่​ที่วัด​ใกล้​บ้าน​ ​ไม่​ได้​เป็น​ผู้​บิณฑบาต​เป็น​วัตร​ ​ไม่​ได้​สมาทานธุดงควัตร​ ​ไม่​ได้​ถือผ้าบังสุกุล​เป็น​วัตร​ ​แต่​เป็น​ผู้​ไม่​ฟุ้งซ่าน​ ​สำ​รวมอินทรีย์​ ​มีกาย​ ​วาจา​ ​ใจ​ ​สะอาดบริสุทธิ์​ ​ก็สมควร​ได้​รับการสรรเสริญ​ ​ภิกษุรูป​นั้น​เป็น​ทักขิ​ไณยบุคคลอันเยี่ยม"

        ​เมื่อทรงอธิบาย​ให้​เข้า​ใจเช่นนี้​แล้ว​ ​ทรงตอกย้ำ​เพิ่มเติมว่า​ "ดูก่อนคฤหบดี​ ​เชิญท่านทำ​บุญ​เป็น​สังฆทานเถิด​ ​เมื่อท่าน​ให้​สังฆทาน​ ​จิตจักเลื่อมใส​ ​ผู้​ใด​มีจิตเลื่อมใส​ ​เมื่อตายไป​ ​จัก​เข้า​ถึง​สุคติ​โลกสวรรค์​" ​ครั้น​ได้​ฟังคำ​แนะนำ​จาก​พระพุทธเจ้า​แล้ว​ ​ทารุกัมมิกคฤหบดีก็ทำ​ตามพุทธโอวาททุกอย่าง​ ​ครั้นละ​โลกก็​ได้​ไปเสวยสุข​ใน​สวรรค์

       ​เรา​จะ​เห็นว่า​ ​การที่​จะ​ถวายทานจำ​เพาะ​เจาะจงพระอริยเจ้า​ ​เจาะจงภิกษุ​ผู้​อยู่​ป่า​หรือ​อยู่​ใน​ถิ่นทุร​กัน​ดารที่​ไกลๆ​  ​จึง​เป็น​ความ​คิดที่​ยัง​ไม่​ค่อย​จะ​ถูก​ต้อง​นัก​ ​เพราะ​ถือว่า​เป็น​ปาฏิปุคคลิกทาน​ ​แม้​จะ​มี​เจตนาดีคืออยาก​ได้​บุญมากๆ​ ​แต่ถือว่า​ยัง​ไม่​ถูกหลักวิชา​ ​ส่วน​ใน​ขณะที่​เรา​ให้​ทาน​โดย​ไม่​จำ​เพาะ​เจาะจง​นั้น​ ​โชคดีว่า​ได้​ทำ​บุญถูกเนื้อนาบุญคือทำ​กับ​ผู้​ได้​เข้า​ถึง​ไตรสรณคมน์​ ​ก็ถือว่า​ ​เป็น​บุญลาภของตัวเรา​ ​ดัง​นั้น​อย่ามัวดั้นด้นหาพระอรหันต์​หรือ​พระสุปฏิปันโน​ให้​เสียเวลา​เลย​ ​บางคนหา​ทั้ง​ชาติ​  ​ก็​ไม่​เจอ​ ​เพราะ​ปุถุชน​ไม่​สามารถ​รู้วาระจิตของพระอริยเจ้า​ได้​   ​มี​แต่​ผู้​รู้​กับ​ผู้​รู้​เท่า​นั้น​ ​ที่รู้ว่าบุคคล​ใด​เป็น​พระอรหันต์​ ​หรือ​เป็น​พระ​แท้​ทั้ง​ภายนอก​และ​ภาย​ใน​ ​เอา​เป็น​ว่า​ ​พระสงฆ์วัดไหนก็​ได้​ ​จะ​อยู่​ป่า​เป็น​วัตร​ ​จะ​พำ​นัก​อยู่​ใน​เมือง​ ​หรือ​ตามต่างจังหวัด​ ​อยู่​วัดหลวง​หรือ​วัดราษฎร์​ ​ก็​สามารถ​เป็น​เนื้อนาบุญ​ให้​กับ​เรา​ได้​หมด​ ​ขอเพียงเราตั้งจิต​ให้​เป็น​กลาง​ ​ถวาย​ใน​สงฆ์​ทั้ง​หลาย

        ​พระพุทธองค์​จึง​ตรัสบอกท่านพระอานนท์ว่า​ "ดูก่อนอานนท์​ ​เรา​ไม่​กล่าวว่า​ ​ปาฏิปุคคลิกทานมีผลมากกว่าสังฆทาน​ด้วย​ปริยายอะ​ไรๆ​ ​เลย​ ​สังฆทาน​เป็น​ประมุขของ​ผู้​หวังบุญ​ ​สงฺ​โฆ​ ​เว​ ​ยชตํ​ ​มุขํ​ ​พระสงฆ์นั่นแล​ ​เป็น​ประมุขของทายก​ผู้​บูชา​อยู่​ ​และ​พระสงฆ์​เป็น​เนื้อนาบุญของชาวโลก​ ​ไม่​มี​เนื้อนาบุญ​อื่น​ยิ่งกว่า​" 
 
        ​ดัง​นั้น​เมื่อเรา​เข้า​ใจหลักการทำ​บุญ​โดย​ไม่​จำ​เพาะ​เจาะจงภิกษุรูปหนึ่งรูป​ใด​เช่นนี้​แล้ว​ ​ใน​ขณะที่​เรา​ให้​ทานก็ทำ​ใจ​ให้​กว้าง​ ​ทำ​ใจของเรา​ให้​ใสๆ​ ​และ​ทำ​ตน​ให้​บริสุทธิ์​ ​ด้วย​การหมั่นทำ​ใจหยุดนิ่ง​ให้​ได้​ทุกวัน​ ​ทำ​ตัวทำ​ใจ​ให้​เข้า​ถึง​พระรัตนตรัยภาย​ใน​ให้​ได้​  ​เรา​จะ​ได้​บุญ​ใหญ่​ติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ​ ​จนกว่า​จะ​หลุดพ้น​จาก​การเวียนว่ายตายเกิด​กัน​ทุกคน​
 
พระธรรมเทศนา​โดย​ : ​พระราชภาวนาวิสุทธิ์​ (ไชยบูลย์​ ​ธมฺมชโย)
 
*​มก​. ​ทารุกัมมิกสูตร​ ​เล่ม​ ๓๖ ​หน้า​ ๗๓๙ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet