มงคลที่​ ๑๕

บำ​เพ็ญทาน
ทาน​ ​คือ​ ​ชีวิต

นายโคบาลย่อมต้อนโค​ทั้ง​หลายไปสู่ที่หากิน​ด้วย​ท่อนไม้​ ​ฉัน​ใด​
ความ​แก่ชรา​และ​ความ​ตายย่อมต้อนอายุของสัตว์​ทั้ง​หลายไป​ ​ฉัน​นั้น

        ​หนทาง​ทั่ว​ทุกแห่ง​ใน​โลกล้วนแต่​ไม่​ปลอดภัย​ ​เพราะ​ไม่​ว่า​เรา​จะ​เดินทางไปทางน้ำ​ก็​ต้อง​เสี่ยง​กับ​คลื่นลมมรสุม​ ​อาจ​เป็น​เหตุ​ให้​เรืออัปปาง​ได้​ ​หรือ​เดินทางไปทางอากาศก็​ต้อง​เสี่ยง​กับ​เมฆหมอกพายุฝนทัศนวิสัยที่​ไม่​ดี​ ​ถ้า​ไปทางบกก็​ต้อง​เสี่ยง​กับ​อุบัติ​เหตุระหว่างทาง​  ​แม้หนทางที่​แสวงหากำ​ไร​จาก​การประกอบธุรกิจก็​ต้อง​เสี่ยง​กับ​ภาวะขาดทุน​  ​เมื่อเผชิญ​กับ​คู่​แข่ง​หรือ​ความ​แปรปรวนทางเศรษฐกิจ​  ​มี​เพียงหนทางสายกลางทางเอกสายเดียว​เท่า​นั้น​ที่​จะ​นำ​พาชีวิตไปสู่​ความ​สุข​และ​ความ​ปลอดภัยอย่างแท้จริง​  ​เป็น​หนทางที่​ไป​ได้​ด้วย​การทำ​ใจหยุดนิ่ง​  ​คือ​  ​ต้อง​วางใจ​ไว้​ที่ศูนย์กลางกายฐานที่​ ๗  ​ซึ่ง​มี​อยู่​แล้ว​ใน​ตัวของมนุษย์ทุกๆ​คน​  ​ยิ่งใจหยุดนิ่ง​  ​เข้า​กลางของกลาง​ได้​มาก​เท่า​ไรยิ่ง​จะ​ได้​รับ​ความ​สุข​ความ​ปลอดภัย​ใน​ชีวิต​  ​และ​จะ​มุ่งตรงต่อหนทางของพระนิพพาน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส​ไว้​ใน​ ​ขุททกนิกาย​ ​ธรรมบท​ ​ว่า

" ​ยถา​  ​ทณฺ​เฑน​  ​โคปา​โล​        ​คา​โว​  ​ปา​เชติ​  ​โคจรํ
เอวํ​  ​ชรา​  ​จ​  ​มจฺจุ​  ​จ​        ​อายุ​ ​ํ​  ​ปา​เชนฺติ​  ​ปาณินํ

        ​นายโคบาลย่อมต้อนโค​ทั้ง​หลายไปสู่ที่หากิน​ด้วย​ท่อนไม้​  ​ฉัน​ใด​ ​ความ​แก่ชรา​และ​ความ​ตายย่อมต้อนอายุของสัตว์​ทั้ง​หลายไป​ ​ฉัน​นั้น​ "

        ​นายโคบาล​  คือ​  ​คนเลี้ยงโค​  ​จะ​คอยทำ​หน้าที่ต้อนฝูงโคไปหากินตามทุ่งหญ้า​ทั้ง​วัน​  ​พอตกเย็นก็ต้อนฝูงโคกลับ​เข้า​คอกทำ​อยู่​อย่างนี้​  ​เป็น​วัน​  ​เป็น​เดือน​  ​เป็น​ปี​  ​จนกว่าฝูงโค​จะ​เติบโตเต็มที่​และ​เมื่อ​ถึง​เวลาก็​จะ​ต้อง​เข้า​สู่​โรงฆ่าสัตว์​  ​เหมือนชีวิตของเราที่ถูกชรา​  ​คือ​  ​ความ​แก่​  ​และ​มัจจุ​  ​คือ​  ​ความ​ตาย​  ​ต้อนอายุของเรา​ไปสู่​ความ​เสื่อมสลายทุกขณะ​  ​ทันทีที่​เรา​เกิดมา​เป็น​มนุษย์​  ​ชีวิตของเราก็​เหมือนแสงเทียนที่ถูกจุดขึ้น​  ​แสงเทียน​นั้น​ได้​ส่องแสงสว่างไปเรื่อยๆ​  ​เมื่อไส้​เทียนหมดลง​  ​ย่อม​ต้อง​ถึง​การดับวูบไป​ใน​ที่สุด

        ​บางคราวเรา​จะ​พบว่า​  ​หากเทียนบางเล่มถูกลมพัด​  ​จำ​ต้อง​ดับวูบลงกลางคัน​  ​ไม่​ได้​ให้​ความ​สว่างไสวจนไส้​เทียนหมดเล่มเสมอไป​  ​ชีวิตของบางคนตายตั้งแต่​อยู่​ใน​ครรภ์มารดา​  ​บางคนตายตอนเด็กก็มี​  ​ตายตอน​ยัง​เป็น​หนุ่มสาวก็มาก​  ​นอก​นั้น​ก็ตายตอนแก่​  ​บางคนตาย​เพราะ​ถูกโรคภัยไข้​เจ็บเบียดเบียน​  ​บางคนตาย​เพราะ​อุบัติ​เหตุ​  ​ดัง​นั้น​การตายของแต่ละคน​  ​ต่างมีสมมุติฐานที่​แตกต่าง​กัน​  ​ความ​แน่นอนของชีวิตว่า​จะ​ตายตอนไหน​เป็น​สิ่งที่กำ​หนด​ไม่​ได้​  ​ขึ้น​อยู่​กับ​คุณทำ​กรรมแต่งของแต่ละบุคคล​  ​แต่​ถึง​อย่างไรก็​ต้อง​ตายทุกคน​  ​เพียงแต่​จะ​เร็ว​หรือ​ช้า​เท่า​นั้น​เอง

        ​อย่างไรก็ตาม​  ​ตาย​เร็ว​ตายช้าก็​ไม่​ได้​เป็น​เครื่องวัด​ความ​มี​โชคดีที่​ได้​เกิดมา​เป็น​มนุษย์​  ​ต้อง​ดูตัดสินขณะที่​ยัง​มีชีวิต​อยู่​ว่า​ได้​สั่งสมบุญกุศล​ใด​บ้าง​  ​และ​มองไหลไป​ถึง​ชีวิตหลัง​ความ​ตาย​ได้​ว่า​  ​ตาย​แล้ว​ไปไหน​  ​มีสุคติ​หรือ​ทุคติ​เป็น​ที่​ไป​  ​เมื่อ​เข้า​ใจเช่นนี้​แล้ว​  ​ต้อง​ไม่​ประมาท​ใน​วัย​และ​ชีวิต​  ​ด้วย​การหมั่นหา​โอกาสสั่งสมบุญ​ให้​มากที่สุด​  ​ก่อนที่​ความ​ตาย​จะ​มา​ถึง​  ​เหมือนเรื่องของ​ผู้​มีบุญคนหนึ่ง​  ​ท่าน​ได้​ชิงช่วงสร้างบุญกุศล​  ​ก่อนที่​จะ​ถูกพญามัจจุราชมาช่วงชิงเอาชีวิตไปก่อน
   
        *​ใน​สมัยพุทธกาล​  ​มีพระภิกษุรูปหนึ่ง​ได้​เดินออกบิณฑบาต​ใน​กรุงราชคฤห์​  ​เพื่อไป​เป็น​เนื้อนาบุญแก่พุทธศาสนิกชนตามปกติ​  ​วันหนึ่งลูกสะ​ใภ้ของหญิง​ผู้​เป็น​มิจฉาทิฎฐิ​เห็นพระบิณฑบาตผ่านหน้าบ้าน​ด้วย​อาการที่สงบสำ​รวม​  ​จึง​อยากถวายภัตตาหาร​  ​แต่​เกรงว่า​แม่ของสามี​จะ​ทำ​ร้ายเอา​  ​เพราะ​นาง​เป็น​คนดุร้าย​และ​ไม่​มีศรัทธา​เลื่มใส​ใน​พระรัตนตรัย​  ​อีก​ทั้ง​ยัง​ห้ามตักบาตรพระอีก​ด้วย​  ​แต่​เนื่อง​จาก​ตนมีจิตเลื่อมใส​  ​อยากทำ​บุญสักครั้ง​  ​เมื่อแม่ของสามี​ไม่​ให้​ตักบาตร​ด้วย​ข้าวปลาอาหารเธอก็ทำ​บุญ​ด้วย​การน้อมถวายท่อนอ้อยแต่พระคุณเจ้า

        ​เมื่อพระคุณเจ้า​เดินคล้อยหลังไป​  ​แม่ผัวกลับ​ถึง​บ้าน​และ​อยากดื่มน้ำ​อ้อย​  ​จึง​เดิน​เข้า​ไปหาท่อนอ้อย​ใน​ครัว​  ​แต่หา​ไม่​เจอนาง​ได้​ซักถามลูกสะ​ใภ้ว่า​  ​เอาอ้อยไปเก็บ​ไว้​ที่​ไหน​  ​ลูกสะ​ใภ้​ไม่​อยากโกหก​  ​แม้รู้ว่า​แม่ของสามี​จะ​ต้อง​โกรธเคือง​ใน​สิ่งที่ตนทำ​ไปก็ตอบไปตรงๆ​ว่า​  ​ไม่​ได้​เอา​ไปทิ้งที่​ไหน​และ​ไม่​ได้​รับประทานแต่​ได้​ถวายแด่พระภิกษุ​  ​ถ้า​หากคุณแม่อยากรับประทาน​  ​ดิฉัน​จะ​ไปหามา​ให้​ใหม่​

        ​แม่สามี​โกรธจัด​  ​ได้​บริภาษลูกสะ​ใภ้​ด้วย​คำ​หยาบคายพลางคว้า​เอาตั่งฟาดนางอย่างแรงจน​ถึง​กว่า​ความ​ตาย​  ​แม้ร่างกายของนาง​จะ​ปวดร้าว​เพราะ​ถูกฝาด​ด้วย​ตั่ง​  ​แต่ขณะ​นั้น​นาง​สามารถ​นึก​ถึง​บุญที่​ได้​ทำ​ไว้​  ​ด้วย​จิตที่ผ่องใส​นั้น​  ​ครั้นละ​โลกเธอ​ได้​บังเกิด​ใน​สวรรค์ชั้นดาวดึง​  ​มีวิมานทองที่สว่างไสวร่วม​กับ​เหล่า​เทวดา​ทั้ง​หลาย

        ​พระมหา​โมคคัลลานเถระ​ได้​เหาะขึ้นไปบนสวรรค์​  ​ได้​เห็นวิมานทองของนาง​  ​จึง​เข้า​ไปไต่ถามบุพกรรมว่า​  "รัศมีกายของท่านส่องสว่างเหมือนดวงจันทร์​และ​ดวงอาทิตย์​  ​รุ่งโรจน์ล้ำ​โลกพร้อม​ทั้ง​เทวโลก​  ​ด้วย​สิริ​  ​วรรณะ​  ​ยศ​  ​และ​เดช​  ​เหมือนดั่งท้าวมหาพรหม​  ​รุ่งโรจน์ล้ำ​ทวยเทพชั้นไตรทศพร้อม​ทั้ง​องค์อินทร์​  ​ดูก่อนเทพทิดา​ผู้​เลอโฉมทัดทรงมาลัย​  ​ดอกอุบล​  ​มีดอกไม้กรองบนศีรษะ​  ​มีผิวพรรณผุดผ่องดุจดั่งทอง​  ​ประดับองค์ทรงภูษาอันสูงสุด​  ​ท่าน​เป็น​ใคร​จึง​มา​ไหว้อาตมา​  ​เมื่อก่อนท่าน​ได้​ทำ​กรรมอะ​ไร​ไว้​  ​ท่านสั่งสมทาน​หรือ​รักษาศีลมาอย่างไร​  ​จึง​ได้​เข้า​ถึง​สุคติ​โลกสวรรค์​  ​เป็น​ผู้​มียศมาก​  ​มีบริวารมาก​  ​ดูก่อนเทพธิดาขอท่านโปรดบอกเถิด​  ​นี้​เป็น​ผลแห่งกรรมอะ​ไรหนอ"

        ​เทพธิดา​ได้​ตอบคำ​ถามของท่าน​ด้วย​ความ​ปลามปลื้มใจว่า​ "ข้า​แต่ท่าน​ผู้​เจริญ​  ​ดิฉันคืออดิต​ผู้​เคยทำ​บุญ​  ​ด้วย​การถวายท่อนอ้อยแด่พระ​เถระรูปหนึ่ง​เท่า​นั้น"  ​นาง​ได้​เล่าบุพกรรม​ด้วย​ความ​เบิกบาน​ใน​บุญ​  ​การทำ​บุญเพียงครั้งเดียว​  ​แต่ทำ​ด้วย​จิตที่ผ่องใส​  ​ไม่​อาลัย​ใน​ชิวิต​  ​บุญ​นั้น​ได้​ส่งผลยิ่ง​ใหญ่​ไพศาล​  ​ทำ​ให้​เธอ​ได้​เป็น​เทพนารี​  ​เสวยสุข​อยู่​ใน​สวรรค์​ 
     
        ​นี้​เป็น​ตัวอย่างของ​ผู้​ที่รักตัวเอง​และ​ไม่​กลัวตายอย่างแท้จริง​เป็น​ชีวิตของ​ผู้​ที่​ใจ​ถึง​  ​คือ​  ​รักบุญยิ่งชีวิต​  ​เพราะ​รู้ว่า​ความ​ตาย​ไม่​ใช่​เรื่องเลวร้าย​  ​แต่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า​ความ​ตาย​  ​คือ​   ​มีชืวิต​อยู่​  ​แต่​ไม่​ได้​สั่งสมบุญ​ให้​กับ​ตนเอง​  ​ชีวิตหลัง​ความ​ตาย​ต้อง​ไปเสวยผลกรรม​ใน​อบายภูมิ​  ​ชิวิตของคน​ทั่ว​ไป​นั้น​  ​หาก​ไม่​ทำ​บุญก็ทำ​บาป​  ​ส่วน​ทที่​จะ​มี​ใจ​เป็น​กลางๆ​  ​เป็น​อัพยากตา​  ​คือ​  ​ไม่​ทำ​บุญ​และ​บาป​นั้น​  ​มีน้อยเหลือเกิน​  ​โดย​ส่วน​ใหญ่​  ​หาก​ไม่​ทำ​บุญ​  ​บาป​จะ​ได้​โอกาส​  ​เข้า​แทรก​ให้​ทำ​ความ​ชั่ว​  ​ดัง​นั้น​เมื่อมี​โอกาสแห่งการทำ​บุญมา​ถึง​แล้ว​  ​ผู้​ฉลาด​จึง​รีบทำ​บุญ​โดย​ไม่​หวั่นไหวแม้กระทั่ง​ความ​ตายก็​ไม่​เป็น​อุปสรรคแต่อย่าง​ใด

        ​นอก​จาก​นี้​  ​หลวงพ่อ​ยัง​มีตัวอย่างของ​ผู้​ที่ทำ​บุญ​ด้วย​จิตที่​เลื่อมใส​   ​โดย​ไม่​หวั่นไหวต่อปัญหา​และ​อุปสรรค​  ​มา​เล่า​เพื่อ​เป็น​คติสอนใจเรื่องหนึ่ง​  ​ซึ่ง​เรื่องราวการทำ​ความ​ดีของเทพนารีท่านนี้คล้ายๆ​  ​กับ​เรื่องที่​แล้ว​  ​เพืยงแต่นาง​ได้​ถวายท่อนอ้อยแต่พระมหา​โมคคัลลานเถระ​  ​อีก​ทั้ง​เมื่อแม่ผัวรู้​เรื้อง​เข้า​ด้วย​ความ​โกรธเคืองก็ตาม​  ​มองหาอะ​ไร​ไม่​เจอ​  ​จึง​คว้าตั่งที่ตัวเองกำ​ลังนั่ง​อยู่​นั้น​  ​ยกทุ่ม​ใส่​ศีรษะลูกสะ​ใภ้อย่างแรง​  ​จนนาง​ถึง​แก่​ความ​ตาย​  ​ผลบุญ​นั้น​ได้​ส่ง​ให้​นาง​ได้​ไปบังเกิด​ใน​สวรรค์ชั้นดาวดึงมีวิมานทองที่สว่างไสวเช่น​กัน​ 

        ​เรา​จะ​เห็น​ได้​ว่า​  ​แต่ละช่วงของชีวิต​นั้น​  ​มีการชิงช่วง​และ​ช่วงชิง​อยู่​ตลอดเวลา​  ​เนื่อง​จาก​กรรมที่​เรา​ได้​ทำ​ไว้​ใน​อดีต​  ​มี​ทั้ง​ที่​เป็น​กุศล​และ​อกุศล​  ​วิบากกรรม​จะ​ตามมาส่งผลเมื่อไหร่ก็​ไม่​รู้​เพราะ​ฉะ​นั้น​เรา​ต้อง​ไม่​ประมาท​  ​ต้อง​รีบทำ​ความ​ดี​ใน​ทุกโอกาสเหมือตัวอย่างที่หลวงพ่อนำ​มา​เล่า​  ​เพราะ​แม้​จะ​ทำ​บุญ​หรือ​ไม่​ก็ตาม​  ​สุดท้ายทุกคน​ต้อง​ตาย​  ​ใครตาย​เร็ว​ตายช้า​  ​หรือ​ตาย​เพราะ​เหตุ​ใด​ไม่​สำ​คัญ​  ​สำ​คัญตรงที่ว่า​  ​ก่อนตายใครสั่งสมบุญ​ไว้​มากกว่า​กัน​  ​ใจใครผ่องใสกว่า​กัน​  ​และ​ตาย​แล้ว​จะ​ไปบังเกิดที่​ไหน​  ​ดัง​นั้น​เมื่อตัดสินใจทำ​ความ​ดี​  ​จงอย่ารอช้า​  ​อย่าลังเลใจ​  ​ให้​ทุ่มเททำ​ไปเลย​  ​เมื่อใจแช่อิ่ม​อยู่​ใน​บุญ​  ​บุญ​จะ​หนุนนำ​ให้​เรามีควารมสุข​ทั้ง​ใน​โลกนี้​และ​โลกหน้า​  ​และ​เมื่อบุญเต็มเปี่ยม​  ​เรา​จะ​ได้​เข้า​ถึง​พระรัตนตรัย​กัน​ทุกคน​
 
พระธรรมเทศนา​โดย​ : ​พระราชภาวนาวิสุทธิ์​ (ไชยบูลย์​ ​ธมฺมชโย)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอนทรี่นี้อ่านแล้วเตือนสติเยอะเลย
1. ใครว่าความยุติธรรมไม่มีในโลก...
ความตายนี้ล่ะยุติธรรมต่อทุกคนนัก
2. ชีวิตคนนั้นสั้น ตอนนี้ยังหายใจ ไม่แน่ อีก1 นาทีข้างหน้า อาจเป็นเราที่ตาย...........เพราะงั้นรีบทำซะ ทุกอย่างที่เป็นสิ่งดีๆ
ก่อนที่ จะไม่มี.......โอกาส
3. ทำบุญอยู่ที่ใจเป็นสำคัญ ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณเงินหรือของ ถึงให้เยอะๆ แต่ใจไม่ได้อยากให้ จะสู้คนจนที่ทำบุญบาทเดียว แต่ตั้งใจได้ไง
4. จะทำอะไร อย่ามีข้ออ้างมากนัก..อุปสรรค ไม่ใช่ข้ออ้างให้เลิกทำดี..........ถ้ามันเป็นสิ่งที่ดี ก็ลงมือทำไป

confused smile open-mounthed smile

#1 By VaNneSSa on 2008-01-26 10:38